-
สาระน่ารู้
หน้าแรก
สาระน่ารู้
พบข้อมูลจำนวน 122 รายการ แสดงผลอยู่ที่ 11/11 หน้า
จัดซื้อจัดจ้าง
-
ประกาศผู้ชนะ ซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้า ขนาด ๘๐๐ VA จำนวน ๓ เครื่อง
-
ประกาศผู้ชะน จ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยอง แห่งที่ ๒ ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
-
ประกาศประกวดราคาซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์พร้อมติดตั้งภายในอาคารเรียนโรงเรียนมัธยมตากสินระยอง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจัดซื้้อเครื่องทำน้ำร้อน - น้ำเย็น พร้อมถังน้ำ จำนวน ๑ เครื่อง
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาจัดทำวิดีทัศน์
ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์
ปฎิทินกิจกรรม
ท่านคิดว่า อบจ.ระยอง ควรเน้นหนักแก้ไขปัญหาในเรื่องใดเป็นอันดับแรก
- ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โหวต
- แก้ไขปัญหายาเสพติด โหวต
- แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โหวต
- แก้ไขปัญหาน้ำท่วม โหวต
- ราคาผลผลิตภาคการเกษตร โหวต
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
- กำลังใช้งาน 216 คน
- ผู้เข้าชมวันนี้ 271 คน
- ผู้เข้าชมทั้งหมด 20,517,911 คน
แปลภาษา

5 วิธีการชาร์จ iPhone แบบผิดๆ ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าถูก
ต้องยอมรับว่า ไอโฟน เป็นโทรศัพท์เเละเครื่องมือสื่อสารสำคัญที่กล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการ เปลี่ยนโลกและเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการสื่อสารของคนบนโลกไปเยอะมาก แน่นอนว่า ผู้อ่านทุกท่านใช้โทรศัพท์ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรแล้ว แบตเตอรี่เอง ก็ต้องหมดลงเป็นธรรมดา และโดยเฉพาะไอโฟนเอง หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทุกคนบ่นกันคือ ทำไมแบตเตอรี่หมดเร็วจัง (ที่จริงไม่เกี่ยวกับยี่ห้อมั้งครับ เกี่ยวกับการใช้ของเรามากกว่า) กลับมาเรื่องที่ว่าถ้าแบตเตอรี่หมด เราก็ต้องชาร์จโทรศัพท์เเน่นอน บังเอิญมีการแชร์กระทู้จากเว็บบอร์ดของ edtguide.com ที่เกี่ยวกับการตั้งข้อสังเกตว่า การชาร์จ มีหลากหลายแบบมากๆ ทั้งชาร์จ ไอโฟน ไอแพด แล้วก็เวลาชาร์จก็จะทำตามสไตล์ของตนเองถนัด แต่จะมีคนสักกี่คนที่รู้ลึก รู้จริง ซึ่งทำให้เกิดการแนะนำที่ผิด ยกตัวอย่างมา 5 ข้อนี้ เป็นวิธีชาร์จ ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าทำถูกแล้วมาฝาก ลองไปดูพร้อมกัน ผิดที่ 1 ใช้ที่ชาร์จไม่ได้มาตรฐาน (ไม่มี มอก.) ข้อนี้ เป็นความผิดพลาดที่เราอาจละเลย อาทิ เช่น ที่ชาร์จไม่ได้มาตราฐาน เช่น ที่ชาร์จซื้อมาถูกๆ ของปลอม ก็อาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตตามที่เป็นข่าวอยู่นั่นแหละ บางคนอาจมองข้ามความสำคัญไป อย่างไรก็ดี ควรมองหาที่ชาร์จ ที่มีเครื่องหมาย มอก. หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นั่นเอง ผิดที่ 2 ชาร์จพร้อมกับโทร (เสี่ยงต่อการระเบิด) การเสี่ยงจากหัวข้อนี้ ก็คือ ส่วนใหญ่จะมาจากที่ชาร์จที่เป็นของปลอม ไม่มีมาตราฐานเนื่องจาก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นเค้าก็ห้ามใช้จนร้อนเกินอุณภูมิที่กำหนดของมันอยู่แล้ว เช่น ถ้าความร้อนมากเกินไปจากตัวแบตเตอรี่ก็อาจทำให้ระเบิดได้ ถ้ารู้สึกว่าอุปกรณ์อุ่น หรือร้อนมากเกินไปก็ควรหยุดใช้งานอุปกรณ์ชนิดนั้นครับ เพื่อความปลอดภัย ผิดที่ 3 ชาร์จแบตข้ามวัน ข้ามคืน มีการยืนยันจากผู้ใช้งานที่เมืองนอก ว่าการชาร์จแบตเตอรี่ต่างๆ ข้ามวัน หรือข้ามคืนนั้น ส่งผลกับแบตเตอรี่ของเครื่องจริงๆ แต่ก็ยังไม่ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเสียหายมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ผู้ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ควรจะเก็บแบตเตอรี่ให้อยู่ในระหว่าง 40-80% จึงจะดีที่สุด ผิดที่ 4 ไม่มีการปิดเครื่องเลย ปกติเชื่อว่าในชีวิตประจำวันเราต้องติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดวัน เราจึงปิดเครื่องเพื่อหยุดการติดต่อน้อยมาก ซึ่งก็น้อยกว่าการปิดคอมจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ทาง Apple Genius เปิดเผยว่า การปิดเครื่อง iPhone หรือ Ipad ก็ดี ทำให้แบตเตอรี่นั้นมันฟื้นฟูตัวเอง และอย่างน้อยควรทำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อการใช้งานที่ถูกต้องและปลอดภัย ผิดที่ 5 จะชาร์จแบตเตอรี่ก็ต่อเมื่อเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ บางคนก็รู้เรื่องนี้แล้ว แต่บางคนก็อาจยังไม่ทราบก็มี โดยมาตรฐานของ Lithium Ion ห้ามแบตเตอรี่หมดจนถึงอยู่ที่ 0% หรือไม่มีแบตเหลือเลยจนเครื่องดับไป เพราะถ้าปล่อยให้แบตหมดไปจนเกลี้ยงจะทำให้แบตเสื่อม และจะต้องใช้ไฟเพื่อไปกระตุ้นแบต ทำให้อายุการใช้งานของแบตเท่าที่ควรจะเป็นนั้นสั้นลง แบตจะเสื่อมง่าย ที่มา iphonesimple.com
หนาวสนุกสุขภาพไฉไล ไม่ว่าหนาวไหนก็ Happy ได้ด้วยสุขภาพแบบฟิตเปรี๊ยะ
หนาวสนุกสุขภาพไฉไล ไม่ว่าหนาวไหนก็ Happy ได้ด้วยสุขภาพแบบฟิตเปรี๊ยะ (Momypedia) เรื่อง : วิไลลักษณ์ @Momypedia ลมหนาวมาแล้วจ้า!!! หลายคนคงได้สัมผัสกับลมหนาวกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ ถึงอากาศจะดีแค่ไหนก็อย่าเผลอตัวเผลอใจไปยืนรับลมหนาวจนไม่สบายเชียวนะคะ เพราะเดี๋ยวป่วยยาวไปถึงปีใหม่จะอดเที่ยวกันพอดี เพื่อไม่ให้หน้าหนาวนี้ต้องมีใครนั่งสั่งน้ำมูกจนจมูกแดง หรือนอนซมพิษไข้อยู่แต่บ้าน เรามาเตรียมตัวฟิตสุขภาพให้ดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากันดีกว่า จะได้สนุกกับหน้าหนาวได้อย่างเต็มเหนี่ยวไปเลย 1. อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง อากาศแห้งเย็นมักจะทำให้ผิวเราแห้งกร้าน หรือแตกเป็นขุย ฉะนั้นครีมทาผิวจึงสำคัญค่ะ เลือกครีมที่มีส่วนประกอบของมอยเจอร์ไรเซอร์สูง หรือมีน้ำมันเล็กน้อย ครีมแบบนี้จะช่วยกักเก็บ และเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในช่วงหน้าหนาวได้เป็นเลิศ แต่สำหรับเจ้าตัวน้อย ก็ให้ใช้เบบี้ออยล์ทาผิวหลังอาบน้ำจะดีที่สุดค่ะ เพราะไม่ระคายเคืองผิว ไม่มีน้ำหอม แต่อย่าทาเยอะไปนะคะไม่งั้นลูก ๆ อาจจะกลายเป็นหมูน้อยอาบน้ำมันไปซะก่อน หรือคุณพ่อคุณแม่จะใช้ด้วยก็ได้ค่ะ 2. ใส่ใจเรื่องอาหาร แน่นอนค่ะว่าเย็น ๆ หนาว ๆ แบบนี้ต้องคู่กับอาหารอุ่น ๆ ร้อน ๆ ดังนั้นควรเลือกทานอาหารร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ส่วนใครที่ยังชอบทานของเย็น ๆ พวกไอศกรีม น้ำแข็งใส หรือน้ำเย็น ๆ อยู่ล่ะก็ ลองลดลงบ้างค่ะ ถ้าไม่อยากเป็นหวัดหรือปวดท้อง เพราะกระเพาะและกล้ามเนื้อมีการหดตัวย่างรวดเร็วค่ะ 3. ทำความสะอาดที่นอน อันนี้สำคัญค่ะ เพราะหน้าหนาวแบบนี้เราจะชอบซุกตัวกับที่นอนแบบสุขอุรากันเกินไป แต่ในหน้าหนาวแบบนี้ล่ะค่ะที่ชุดเครื่องนอนของเรามักจะมีกลิ่นอับ ไรฝุ่น ดังนั้นหมั่นเอาชุดเครื่องนอนทั้งหลายแหล่มาซักตาก หรือผึ่งแดดอยู่เสมอ เพราะในหน้าหนาวที่ผิวเราแห้งอยู่แล้ว เราอาจจะไปแพ้ไรฝุ่นจากที่นอนจนทำให้เกิดอาการคัน เป็นแผล หรือมีปัญหาโรคผิวหนังได้นะคะ 4. ระวังโรคหน้าหนาวทั้งหลาย ไม่ว่าจะหวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส อุจจาระร่วง รวมไปถึงอาการผื่นคัน ไมเกรน ปวดเกร็งตะคริว ถ้าพบว่ามีอาการน่าสงสัย เช่น ตัวร้อนต่อเนื่องไข้ไม่ลด ท้องเสียต่อเนื่อง หรือผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลง ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน อาจจะดูจิตกจริตไปหน่อยแต่กันไว้ดีกว่าแก้เพราะโรคภัยสมัยนี้รุนแรงขึ้นทุกวันนะคะ 5. อย่าใช้ยามั่ว ๆ ถ้าเกิดป่วยแบบไม่ทันตั้งตัว ไหนจะแพ้อากาศจามไม่หยุด น้ำมูกไหล เป็นหวัดตัวร้อน ผื่นคัน หรือผิวแห้งแตกรุนแรงจนมีอาการเจ็บหรือมีเลือดซึม อย่าหายามาใช้เองเชียวนะคะ ควรพบแพทย์เพื่อดูอาการ และรับยา เพราะยาตัวเดียวกันไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนที่แม้จะเหมือนอาการเหมือนกัน 6. ชุดยังชีพ ไม่ว่าจะเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ ถุงเท้า หรือแม้แต่ถุงมือ ของพวกนี้ต้องเตรียมไว้เสมอค่ะ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ถ้าอากาศหนาวมากก็ควรใส่ถุงเท้านอนตลอดค่ะ เพราะบริเวณเท้าเราจะรับความเย็นไว้มากที่สุด และจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ไม่สบายได้ 7. กระเป๋าน้ำร้อน ไม่ได้เวอร์นะคะ แต่ควรมีไว้บ้างถึงจะดี ปัจจุบันมีกระเป๋าน้ำร้อนขนาดพกพาเล็ก ๆ ถ้าวันไหนรู้สึกหนาวมากจนชุดยังชีพก็เอาไม่อยู่แล้ว ให้เทน้ำร้อนใส่กระเป๋านำร้อนแล้วพกติดตัวไปเลยค่ะ ถือไว้ให้อุ่นมือ หรือเอาไปซุกไว้ในตัวก็ช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้ดีค่ะ 8. ออกกำลังกายอย่าได้ขาด หน้าหนาวแล้วก็อย่าฉวยโอกาสขี้เกียจไปออกกำลังกายนะคะ ยิ่งหนาวก็ยิ่งต้องออกกำลังกายให้ร่างกายได้อบอุ่น และแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าเราเอาแต่นอนซุกผ้าห่มสบายใจ ไหนจะอ้วนเอย ไหนกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงเอย แล้วยังจะให้รู้สึกเหนื่อยง่ายด้วย ดังนั้นออกกำลังกายกันเถอะค่ะ 9. รักษาความสะอาดของร่างกาย ข้อนี้ขอไว้เลยว่าอย่าลืม ถึงจะหนาวแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำเสมอ เพราะร่างกายเราไปเจอสิ่งสกปรกภายนอกมาเยอะ อาจเกิดการสะสมเชื้อโรคจนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยได้ แต่ถ้าหนาวจนทนไม่ไหวจริง ๆ ก็แนะนำให้ทำน้ำอุ่นผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายแทนได้ แต่อย่าทำบ่อยนะคะเพราะทางที่ดีที่สุดคือต้องอาบน้ำให้สะอาดค่ะ แค่นี้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะทำหมดทุกข้อหรือเลือกทำแค่บางข้อ ก็ขอให้ทุกครอบครัวอบอุ่นแบบสุขภาพดีกันตลอดหน้าหนาวไปเลยค่ะ