-
ข่าวประชาสัมพันธ์
หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
พบข้อมูลจำนวน 1675 รายการ แสดงผลอยู่ที่ 1/140 หน้า
จัดซื้อจัดจ้าง
-
ประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างถนนสายซอยวังปลา หมู่ที่ 2 ตำบลแกลง มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่องกับ หมู่ที่ 9 ตำบลกะเฉด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจัดซื้อเครื่องพิมพ์ Multifunction พร้อมติดตั้ง จำนวน ๑๐ เครื่อง
-
ประกาศ ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงระบบรางระบายน้ำ ภายในศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร จังหวัดระยอง
-
สัญญาซื้อขายเลขที่ กพ.88/2569 ลว.16 มิ.ย.69 สำหรับจัดซื้อตู้เก็บอุปกรณ์และสาเคมี จำนวน 7 ตู้ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
-
สัญญาจ้างโครงการก่อสร้างถนนสายขวากลิง-ยายดา 2 ศาลาแม่เนื่อง-เขาพระบาท หมู่ที่ 4,6 ตำบลบ้านแลง มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่องกับ หมู่ที่ 6 ตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง กพ.224/2569 ลว. 8 มิ.ย. 2569
ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์
ปฎิทินกิจกรรม
ท่านคิดว่า อบจ.ระยอง ควรเน้นหนักแก้ไขปัญหาในเรื่องใดเป็นอันดับแรก
- ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โหวต
- แก้ไขปัญหายาเสพติด โหวต
- แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โหวต
- แก้ไขปัญหาน้ำท่วม โหวต
- ราคาผลผลิตภาคการเกษตร โหวต
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
- กำลังใช้งาน 216 คน
- ผู้เข้าชมวันนี้ 746 คน
- ผู้เข้าชมทั้งหมด 20,676,218 คน
แปลภาษา

📌แบบประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง
การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๙
ด้วยจังหวัดระยองแจ้งว่า ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้แจ้งการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยตลอดช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๙ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด/ผู้อำนวยการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และแผนที่เกี่ยวข้องจึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้๑. การเตรียมความพร้อม ๑) เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ข้อมูลสภาวะอากาศ สถานการณ์น้ำ และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจของผู้อำนวยการแต่ละระดับในการแจ้งเตือนประชาชน และเตรียมการเผชิญเหตุได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพพื้นที่ ๒) ให้ความร่วมมือจังหวัดในการจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุอุทกภัย ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓) เตรียมความพร้อมและตรวจสอบเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้มีความพร้อมใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับใช้ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย และเครื่องจักรกล สาธารณภัยในการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ๔) ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงสถานที่ใช้กักเก็บน้ำ/กั้นน้ำ โดยให้มอบหมายเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประสานหน่วยงานรับผิดชอบสถานที่ดังกล่าวหรือร่วมกับสถานศึกษาที่มีศักยภาพในการจัดทีมวิศวกรเข้าทำการสำรวจ ตรวจสอบ หากพบไม่ปลอดภัย ให้เร่งปรับปรุงให้เกิดความมั่นคงแข็งแรง ๕) สร้างการรับรู้ให้ประชาชน โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการสื่อสารทุกช่องทางรวมทั้งใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แจ้งข่าวสารให้ประชาชนในพื้นที่ทราบสถานการณ์ แนวทางการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ตลอดจนให้สร้างความเข้าใจถึงการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและช่องทางการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒. การเผชิญเหตุ เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ให้ดำเนินการตามแนวทาง ดังนี้ ๑) จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นศูนย์ควบคุม สั่งการ และประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนการระดมสรรพกำลัง พร้อมทั้งกำหนดช่องทางการสื่อสารระหว่างหน่วยงานให้ชัดเจน ๒) กรณีมีฝนตกหนัก ฝนตกสะสม หรือฝนตกกระหน่ำ (Rain Bomb) หากประเมินสถานการณ์ในพื้นที่แล้วมีความเสี่ยงสูง ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย โดยให้ผู้บัญชาการแต่ละระดับอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับการอพยพประชาชนดูแลด้านการดำรงชีพและสิ่งของจำเป็นเบื้องต้นให้เพียงพอและเหมาะสม ๓) กรณีมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง หรือคลื่นซัดชายฝั่ง ให้แจ้งหน่วยงานรับผิดชอบในพื้นที่ ออกลาดตระเวนการเดินเรือ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและให้ดำเนินการตามมาตรการด้านการปลอดภัยอย่างเข้มงวด และแจ้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงทราบสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่องโดยให้ออกห่างจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลและงดกิจกรรมทางทะเล ๔) เมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย ดำเนินการ ดังนี้ (๑) จัดชุดปฏิบัติการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพ ตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง โดยให้คำนึงถึง การรักษาชีวิตของผู้ประสบภัยและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นลำดับแรก (๒) เฝ้าระวังและดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ สถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัยประจำไว้เป็นการล่วงหน้า หากเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่ไม่เพียงพอ ให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นประสานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่มีศักยภาพโดยเร็ว (๓) การระบายน้ำและการพร่องน้ำออกจากพื้นที่ให้ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในมิติต่าง ๆ จากหน่วยงานด้านวิชาการ และหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำประกอบการพิจารณาดำเนินการ (๔) กรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ให้จัดทีมช่างในพื้นที่ โดยบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เร่งซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนโดยเร็ว (๕) กรณีเส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมจนประชาชนไม่สามารถใช้ยานพาหนะสัญจรได้ ให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรแนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัยรวมทั้งจัดยานพาหนะที่เหมาะสม เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนหลังจากนั้นให้เร่งซ่อมแซมเส้นทางที่ชำรุด/ถูกตัดขาดโดยเร็ว (๖) ให้ความสำคัญกับการติดตามคาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นตามแม่น้ำ ลำน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งกักเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ รวมถึงให้วิเคราะห์ ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ และแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ กรณีประเมินสถานการณ์ในพื้นที่แล้วอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย ให้ประสานการปฏิบัติกับผู้อำนวยการอำเภอและผู้อำนวยการจังหวัดทันที๓. การให้ความช่วยเหลือประชาชนและการใช้จ่ายงบประมาณ ๑) เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น ให้ครอบคลุมทุกด้าน และดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วและทั่วถึง ๒) การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรือกรณีเยียวยาหลังเกิดภัย ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๖ ประกอบกับหนังสือจังหวัดระยอง ด่วนที่สุด ที่ รย ๐๐๒๓.๖/ว ๔๒๕๑ ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๖ และหนังสือจังหวัดระยอง ที่ รย ๐๐๒๓.๖/ว ๓๖๗๒ ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เรื่อง ซักซ้อมแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓) การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน ขั้นเตรียมการก่อนเกิดภัยขณะเกิดภัย และการเยียวยาฟื้นฟูหลังเกิดภัย ให้ถือปฏิบัติตามหนังสือจังหวัดระยอง ด่วนที่สุด ที่ รย ๐๐๒๓.๖/ว ๒๐๘๗๖ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ เรื่อง การให้ความช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดอุทกภัย ๔) รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะคลี่คลาย
วารสารองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ปีที่ ๑๙ ฉบับที่ ๑๘๐ ประจำเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙ (E-Book)
วารสารองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ปีที่ ๑๙ ฉบับที่ ๑๘๐ ประจำเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙ (E-Book)
เฝ้าระวังการระบาดของโรคมือเท้าปาก
ด้วยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แจ้งเตือนว่า โรคติดต่อที่ระบาดหนักในช่วงเปิดเทอม คือโรคมือเท้าปาก พบมากในเด็กทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากมีการรวมกลุ่มของเด็กจำนวนมากในสถานศึกษา ติดต่อกันได้ง่าย จากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย ของเหลวจากตุ่มพอง หรืออุจจาระของผู้ป่วย รวมถึงการจับของเล่นและของใช้ส่วนตัวร่วมกัน ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้แนะนำให้สถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา คัดกรองเด็กก่อนเข้าเรียน สอนการล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างถูกวิธี หมั่นทำความสะอาดของเล่น และสถานที่ที่มีการรวมตัวกัน หากพบเด็กป่วยควรแยกออกจากกันทันทีเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ โดยจังหวัดระยอง พบผู้ป่วยโรคมือเท้าปาก ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๙ - ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ คิดเป็นอันดับที่ ๗ จากโรคติดต่อทั้งหมดในจังหวัดระยอง โดยมีจำนวนทั้งสิ้น ๒๙๐ ราย รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
การเฝ้าระวังอันตรายจากการบริโภคเห็ดมีพิษในช่วงฤดูฝน
ด้วยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แจ้งเตือนว่า ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่เห็ดป่าหรือเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเจริญเติบโตได้ดีและมีจำนวนมาก โดยเห็ดพิษหลายชนิดมีลักษณะคล้ายคลึงกับเห็ดที่สามารถรับประทานได้ ทำให้ประชาชนอาจเก็บหรือซื้อเห็ดพิษมาบริโภคโดยไม่ทราบ ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้แนะนำให้ประชาชนยึดหลัก “เห็ดไม่รู้จัก ไม่แน่ใจไม่เก็บ ไม่กิน” เนื่องจากไม่มีลักษณะภายนอกที่สามารถใช้จำแนกเห็ดพิษออกจากเห็ดที่รับประทานได้อย่างถูกต้องและแน่นอน อีกทั้งสารพิษในเห็ดบางชนิดไม่สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อนหรือการปรุงสุกเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษในช่วงฤดูฝน หากมีอาการสงสัยว่าได้รับพิษจากเห็ด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมนำตัวอย่างเห็ดหรือภาพถ่ายเห็ดไปประกอบการวินิจฉัย เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับความช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง
ประกาศ รายชื่อประชาชนผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง
“วันไข้เลือดออกอาเซียน ASEAN Dengue Day 2026”
ด้วยงานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมสาธารณสุข กองสาธารณสุข จะดำเนินกิจกรรม “ASEAN DENGUE DAY 2026 อาเซียนร่วมใจ สร้างอนาคตปลอดภัย ไม่ป่วยตายด้วยไข้เลือดออก” เพื่อร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักและความรู้ในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก รวมถึงส่งเสริมการป้องกันตนเอง และเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ให้แก่ บุคลากรและประชาชน ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ตลาดประชารัฐ ท้องถิ่นสุขใจ วิถีชาวระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง พร้อมทั้งได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ “วันไข้เลือดออกอาเซียน ASEAN Dengue Day 2026” รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
การสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ยากไร้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙
ด้วยคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ยากไร้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ได้พิจารณาอนุมัติเกี่ยวกับการเบิกค่าใช้จ่ายในการสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ยากไร้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ ไปเมื่อวันพุธที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ชั้น ๘ จำนวน ๑ ราย นางสาวนันทา พืชพันธุ์ ขอรับการสงเคราะห์ฯ จำนวน ๑ ครั้ง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาพยาบาล เป็นจำนวนเงิน ๒,๐๐๐.- บาท (สองพันบาทถ้วน) จึงขอประสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานการอนุมัติเบิกค่าใช้จ่ายในการสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ยากไร้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง รายละเอียดตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกเดงกี
ด้วยสถาณการณ์โรคไข้เลือดออกเดงกี เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus: DENV) ที่มียุงลายเป็นแมลงนำโรค โรคนี้ได้กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากโรคได้แพร่กระจายอย่างกว้างขวางและจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมากใน ๓๐ ปีที่ผ่านมา มากกว่า ๑๐๐ ประเทศ ที่โรคนี้กลายเป็นโรคประจำถิ่น และโรคนี้ยังคุกคามต่อสุขภาพของประชากรโลกมากกว่าร้อยละ ๔๐ (๒,๕๐๐ ล้านคน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะพบมากในประเทศเขตร้อนและเขตอบอุ่น ซึ่งร้อยละ ๗๐ ของผู้ป่วยทั้งหมดมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียสำหรับประเทศไทยเริ่มมีรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ และพบการระบาดครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ พบการระบาดใหญ่ที่สุดในปีพ.ศ. ๒๕๓๐ มีรายงานผู้ป่วยสูงถึง ๑๗๐,๐๐๐ กว่าราย เสียชีวิต ๑,๐๐๐ กว่าราย หลังจากนั้นประเทศไทยมีแนวโน้มของการพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น โดยในปีที่มีการระบาดใหญ่จะพบผู้ป่วยมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ราย และเสียชีวิต ๑๐๐ รายขึ้นไปโรคไข้เลือดออกมีลักษณะที่แปรผันตามฤดูกาล (Seasonal variation) โดยจะเริ่มมีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นในเดือนเมษายนและสูงสุดในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูฝน เดือนกันยายนจะเริ่มมีแนวโน้มผู้ป่วยลดลง แต่ถ้าหากช่วงปลายปีจำนวนผู้ป่วยไม่ลดลงและยังคงสูงลอย อาจทำให้เกิดการระบาดต่อเนื่องในปีถัดไปได้ ไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus: DENV) เป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอสายเดี่ยวบวก (single – stranded RNA) อยู่ในgenus Flavivirus และ family Flaviviridae โดยโครงสร้างของไวรัสมีไขมันเป็นเปลือกหุ้ม (lipid envelope) และโครงสร้างภายในประกอบด้วย โปรตีนโครงสร้าง (Structural proteins) และ โปรตีนไม่ใช่โครงสร้าง (Non - structural proteins) ได้แก่ NS1, NS2A, NS2B, NS3, NS4A, NS4B และ NS5 โดยเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสจะมีการปล่อยโปรตีน NS1 ออกมาในระยะมีไข้เฉียบพลัน จึงทำให้ในปัจจุบันมีการใช้ชุดตรวจชนิดรวดเร็วในการตรวจหาโปรตีน NS1 เพื่อการวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเดงกี ไวรัสเดงกีมี ๔ ซีโรทัยป์ (Serotype) ได้แก่ DENV – 1, DENV – 2, DENV – 3 และ DENV – 4 โดยผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันต่อซีโรทัยป์ที่เคยได้รับไปตลอดชีวิต และจะมีภูมิคุ้มกันต่อซีโรทัยป์อื่น ในระยะสั้น ประมาณ ๓ - ๑๒ เดือน รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
ประชาสัมพันธ์การประมูลเงินอากรเก็บรังนกอีแอ่นท้องที่จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ ๒
ประชาสัมพันธ์การประมูลเงินอากรเก็บรังนกอีแอ่นท้องที่จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ ๒
ประชาสัมพันธ์การรับสมัครบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี ๒๕๖๙
ประชาสัมพันธ์การรับสมัครบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี ๒๕๖๙
เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา
ด้วยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola Virus Disease: EVD) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of the Congo) และสาธารณรัฐยูกันดา (Republic of Uganda) พร้อมยกระดับให้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern: PHEIC) เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นโรคติดเชื้อรุนแรง มีการแพร่ระบาดรวดเร็ว และมีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้ (๑) สถานการณ์ในต่างประเทศ ทวีปแอฟริกาพบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนกระทั่งล่าสุดในปี ๒๕๖๙ ได้ตรวจพบการระบาดของสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ยาก ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ข้อมูล ณ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ รายงานพบผู้ป่วยสงสัยสะสมจำนวน 254 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่คาดว่ามีความเชื่อมโยงกับโรคดังกล่าวแล้วประมาณ ๑๖๐ ราย ซึ่งสะท้อนใหเห็นถึงอัตราการป่วยตายที่ค่อนข้างสูง (๒) สถานการณ์ในประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดในปี ๒๕๖๙ ยืนยันว่า ยังไม่มีการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันหรือผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลาภายในประเทศแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จากการที่องค์การอนามัยโลกยกระดับเตือนภัย กระทรวงสาธารณสุขไทยจึงได้ประกาศให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย พร้อมยกระดับมาตรการคุมเข้มขั้นสูงสุด ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากสองประเทศดังกล่าว ต้องเข้ารับการกักตัว (Quarantine) เพื่อเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาอย่างน้อย ๒๑ วันทันทีที่เดินทางถึงประเทศไทย เพื่อสกัดกั้นโอกาสที่เชื้อจะหลุดรอดเข้าสู่ชุมชน (๓) ลักษณะของโรค โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตรายเฉียบพลันที่มีความรุนแรงสูง มีระยะฟักตัว (Incubation Period) โดยเฉลี่ยประมาณ ๘ – ๑๐ น (อาจสั้นสุด ๒ วัน หรือนานสูงสุดถึง ๒๑ วัน) โดยผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการจาก กลุ่มอาการแห้ง (Dry Symptoms) เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และหมดแรง จากนั้นจะพัฒนาเข้าสู่ กลุ่มอาการเปียก (Wet Symptoms) ได้แก่ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาการร่วมอื่น ๆ ที่อาจพบได้ ได้แก่ ตาแดง มีผื่นนูนแดงขึ้นตามลำตัว (Maculopapular Rash) รวมถึงอาการสะอึกซึ่งมักปรากฏในช่วงท้ายของโรค รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้